ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Excel Pivot Table ตารางไขว้

สำหรับ Excel 2007/2010
PIVOT TABLE มีประโยชน์มากสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลบนแผ่นงานของ Excel ตารางไขว้ หรือ Pivot Table ทำให้เราสามารถดูข้อมูลในแผ่นงานได้ง่ายขึ้น เปรียบเทียบง่ายขึ้น เช่น สมมติว่าเรามีข้อมูลเกี่ยวกับ ร้านที่รับสินค้าของเราไปจำหน่าย จำนวนหลายร้าน และมีสินค้าหลายตัว เราสามารถวิเคราะห์ดูว่า ร้านแต่ละร้านสั่งสิ้นค้าอะไร เป็นจำนวนเท่าไร รวมเป็นเงินเท่าไร โดยใช้ pivot table หรือ ตารางไขว้ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล (ดูตัวอย่างไฟล์ คลิกที่นี่)

สมมุติว่า มีข้อมูล ดังนี้

จากข้อมูลข้างบนนี้ เราสามารถจะให้ Excel วิเคราะห์ข้อมูล จัดรูปแบบเสียใหม่ (โดยใช้ข้อมูลชุดนี้) เช่น สรุปข้อมูลตามร้าน และรวมจำนวนสินค้าที่รับไปจำหน่าย ดังนี้


หรืออาจจะให้แสดงทั้งจำนวนที่รับไป และรวมเงินทั้งหมด แยกเป็นแต่ละร้าน ก็ได้ ดังนี้


จากตารางข้างบน จะเห็นว่า ร้าน จ.เครื่องเขียน สั่งเครื่องเย็บ ไป 81 ตัว เป็นเงินทั้งสิ้น 6480 บาท เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า เมื่อมีการเรียงข้อมูลใหม่ ทำให้เราสามารถวิเคราะห์ เปรียบเทียบข้อมูลต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

ทั้งหมดนี้สามารถทำได้ด้วยการใช้ pivot table ของ Excel

หลักการ

  1. ศึกษาข้อมูลและออกแบบที่ต้องการ
  2. ปรับแต่งตารางตามต้องการ
  1. วิธีการ
    1. ศึกษาและออกแบบข้อมูล
      เราต้องตอบคำถามตัวเองก่อนว่า เราต้องการดูอะไร จากในข้อมูลตัวอย่าง สมมุติว่า เราต้องการดูร้านแต่ละร้าน ว่า เขาสั่งสินค้าอะไรไปจำนวน เท่าไร ดังนั้น ถ้าเราจะออกแบบตารางสองทาง ก็น่าจะเป็นดังนี้
    2. จากตารางข้างต้น จะเห็นว่ามีข้อมูลหลักอยู่ 3 อย่าง คือ ร้านค้า สินค้า และ จำนวนที่สั่ง
    3. เมื่อนำมาออกแบบตาราง หัวแถว เป็นชื่อร้าน และด้านบน เป็นสินค้า เนื่องจากว่า เรามีสินค้ามากกว่า 1 อย่าง จึงต้องมีย่อยลงมาอีกว่า เป็นสินค้าอะไร และในส่วนข้อมูลซึ่งเป็นหัวใจสำคัญเป็นผลรวมทั้งหมดของสินค้าที่สั่งไป
    4. จากตาราง จะตอบคำถามได้ว่า ร้าน ก. สั่งสินค้า ก. ไปเท่าไร ร้าน ก. สั่งสินค้า ข. ไปเท่าไร เป็นต้น
  2. เมื่อออกแบบเสร็จแล้ว ให้เปิดแผ่นงาน และเริ่มจัดทำ pivot table โดยใช้เมนูใน Excel ซึ่งมีขั้นตอน ดังต่อไปนี้
    1. เปิดแผ่นงาน และคลิกในบริเวณข้อมูล เพื่อให้ Excel รู้ว่า เราต้องการใช้ข้อมูลชุดนี้
    2. ไปที่แท็บแทรก คลิก แทรก PivotTable
    3. จะเกิดหน้าจอให้กำหนดข้อมูล และแผ่นงานที่ต้องการนำตารางที่เราสร้างขึ้นใหม่ไปวาง
    4. เมื่อคลิกตกลง จะเปิดหน้าจอใหม่ให้ลากข้อมูลมากำหนดในแนวนอนและแนวตั้ง
    5. ให้ลากข้อมูลตามที่ออกแบบไว้แล้ว คือ ร้านเป็นป้ายชื่อแถว สินค้าเป็นป้ายชื่อคอลัมน์ และลากจำนวนไปไว้ในช่องค่า ดังภาพ
    6. เสร็จแล้ว Excel จะแสดงข้อมูลตามต้องการ
    7. ถ้าต้องการเปลี่ยนชื่อ ป้ายชื่อคอลัมน์ หรือป้ายชื่อแถวในตาราง Pivot Table ให้คลิกที่ชื่อและเปลี่ยนชื่อในแถบสูตร หรือกด F2 เปลี่ยนเลยก็ได้
    8. ถ้าต้องการแสดงรวมเงินทั้งสิ้น ให้ลากไปไว้ในส่วนค่า
    9. ถ้าสังเกตในตาราง Pivot Table จะเห็นว่าข้อมูลค่อนข้างดูยาก ถ้านำเอาจำนวนและยอดเงินทั้งสิ้นมาไว้ในแนวตั้งใต้ชื่อร้านค้าจะดีกว่า
    10. ให้คลิกลูกศรที่แถบค่า ในช่องป้ายชื่อคอลัมน์ และเลือก ย้ายไปยังป้ายชื่อแถว
    11. ผลสุดท้ายจะได้ตางราง Pivot Table ดังนี้

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …