ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Is Null และ ช่องว่าง ใน Access VBA

วันนี้ปวดหัวอยู่ตั้งนาน เพราะเรื่อง Is Null และ ช่องว่าง หรือ ข้อความว่างเปล่า ใน Access นั่นเอง

เรื่องก็คือว่า มีข้อมูลในตาราง ที่กำหนดชนิดข้อมูลเป็น Text ตั้งค่าเริ่มต้นให้เป็นว่าง หรือ "" ในตารางมีข้อมูลอยู่แล้ว และได้ลบข้อมูลออกทิ้งไป ต่อมาต้องการสร้างเงื่อนไขใน Query ให้แสดงข้อมูลในฟิลด์นี้ โดยกำหนดเงื่อนไข ดังนี้
 
ผลปรากฎว่า ไม่มีอะไรออกมาให้เห็นเลย ทั้ง ๆ ที่ก็เห็น ๆ อยู่ว่า เคยมีข้อมูลอยู่ และลบไปแล้ว ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว

ทำไปทำมา ก็ได้ข้อสรุปว่า ข้อมูลชนิด Text ที่ลบไปแล้วเมื่อสักครู่ ปัจจุบัน กลายเป็น Null เลยทดสอบ เปลี่ยนเงื่อนไขใหม่ เป็น
คราวนี้ ปรากฏว่า มีข้อมูลใน Record ที่ลบฟิลด์ isPass ไปแล้ว มาแสดงให้เห็น

แต่ปัญหาก็คือ มีฟิลด์ isPass ใน Record อื่น ที่มีค่าเป็น "" หรือข้อความว่าง เมื่อกำหนดเงื่อนไขเป็น Is Null ข้อมูลใน Record ที่มีข้อความว่าง ก็จะไม่ปรากฏ เพราะไม่เป็นไปตามเงื่อนไข

ทางแก้ก็คือ ต้่องใช้ฟังก์ชัน Nz() มาช่วย โดยสร้างฟิลด์ใหม่ แปลงข้อมูลที่เป็น Null ให้เป็นข้อความว่าง หรือ "" เสียก่อน แล้วจึงกำหนดเงื่อนไขเป็น ข้อความว่าง หรือ "" ดังนี้

คราวนี้ ทั้งพวกที่เป็น Null และ "" หรือข้อความว่าง ก็มาปรากฏให้เห็นกันพร้อมหน้า

ถ้าจะนำไปใช้ใน VBA แสดงโค้ด ดังนี้

SELECT nameFromAppForm.fname, nameFromAppForm.isPass, Nz([ispass],"") AS newIsPass
FROM nameFromAppForm
WHERE (((Nz([ispass],""))=""));

ผมชอบสร้าง Query แล้วนำไปใช้ในโค้ด ประหยัดเวลา และความคิดได้มาก โดยใช้ คำสั่ง Execute ให้ทำงาน เช่น

strSQL = "UPDATE nameFromAppForm INNER JOIN " & _
"tblTempData ON nameFromAppForm.fullname = " & _
"tblTempData.fullname SET nameFromAppForm.isPrePostScore = " & _
"[tblTempData].[isFinishAll];"

CurrentDb.Execute strSQL

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …