วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2554

วิตามินเอ

วิตามินเอ เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน มีความสำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก
  • วิตามินเอ ช่วยสร้างเซลล์ของร่างกาย และผิวหนัง
  • วิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา อาการแรกที่มักจะพบในคนที่ขาดวิตามินเอ คือ มองไม่ค่อยเห็นในเวลากลางคืน
  • ช่วยพัฒนาการของทารกในครรภ์
  • วิตามินเอ ช่วยบำรุงผิวหนัง เนื้อเยื่อในจมูก และปากให้สมบูรณ์แข็งแรง
  • วิตามินเอ ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค สร้างกระดูก การเจริญพันธ์ ตลอดจนช่วยรักษาบาดแผลต่าง ๆ

วิตามินเอ ได้มาจาก 2 แหล่ง คือ
  1. จากสัตว์ (Retinoids)เช่น เนื้อสัตว์ นม เนย ไข่ ตับ และน้ำมันตับปลา เป็นต้น
  2. และ วิตามินเอที่ได้จากพืช (Carotenoids)ร่างกายจะเปลี่ยน เบต้า แครอทีน(Beta-carotene)ที่ได้จากพืชให้เป็นวิตามินเอ และเก็บไว้ที่ตับของเรา พืชผักผลไม้ที่มีสีเหลือง ส้ม แดง และเขียวเข้ม มีเบต้าแครอทีนสูง เช่น ตำลึง ผักหวาน ฟักทอง แครอท มะเขือเทศ มะละกอ ใบยอ คะน้า และสะระแหน่ เป็นต้น

สตรีมีครรภ์ ควรได้รับวิตามินเออย่างเพียงพอ เพื่อประโยชน์แก่บุตรในครรภ์ ควรรับประทานอาหารที่จะได้รับวิตามินเอสูง เช่น ตับ ตำลึง ฟักทอง มะเขือเทศ คะน้า เป็นต้น

การทำอาหารให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากวิตามินเอ

เนื่องด้วยวิตามินเอในผักผลไม้มีความไวต่อออกซิเจนมาก ดังนั้นวิธีการต้มที่ป้องกันการสูญเสียวิตามินได้ดีทีสุดคือ ควรปิดฝาภาชนะขณะต้มและใส่น้ำน้อย ๆ และผักยิ่งสด การสูญเสียคุณค่าจะสูญเสียน้อย ดังนั้น ถ้าปลูกผักกินเอง จะแน่ใจได้ว่า มีผักสด ที่อุดมไปด้วยวิตามินอย่างครบถ้วน

พืชผักที่ให้เบต้า แครอทีนสูง ส่วนใหญ่ปลูกง่าย เป็นผักพื้นบ้าน น่าจะมีอยู่ในสวนครัวทุกบ้าน นะครับ







อ้างอิง
http://www.umm.edu/altmed/articles/vitamin-a-000331.htm
http://www.wattanasatitschool.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&WBntype=1&Category=wattanasatitschoolcom&thispage=2&No=330241
http://www.thainame.net/weblampang/pawatida/p1.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น