ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เทคนิคการใช้ Pattern Brush ไม่มีรอยต่อ

ใช้ Pattern Brush สร้างลายกรอบจากภาพที่ใช้ Pen Tool สร้าง เสร็จแล้วปรากฏว่า ลายต่อกันไม่สนิท ดังภาพ
สาเหตุ
สาเหตุหลักเกิดจาก ภาพก่อนที่จะนำไปทำเป็น Pattern Brush เช่น ลักษณะ cap ของ Stroke ที่ยื่นออกไป หรือ อาจจะมีจุดเล็ก ๆ อยู่ด้านนอก และเลือกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Brush ก็เป็นไปได้ ซึ่งต้นเหตุมาจาก ไม่ได้ทำการ Expand ก่อนที่จะกำหนดส่วนไปใช้เป็น Brush เมื่อใช้ Pen Tool วาด จะเป็นเส้น Path การตัดเส้น Path จะมีส่วนของปลายเส้น หรือ Cap ที่จะทำให้เกิดปัญหาเมื่อนำไปทำเป็น Pattern Brush ได้

แนวทางการแก้ไข
  1. เมื่อวาดด้วย Pen Tool เสร็จแล้ว ให้ Expand เสียก่อน ก่อนที่จะตัดไปใช้เป็น Brush เพราะถ้าไม่ Expand ก่อน ภาพลายเส้นที่ใช้ Pen Tool วาด จะมีปลาย  หรือ Cap ของ Stroke ที่ยื่นออกไป ส่วนนี้ จะทำให้เห็นเป็นรอยต่อกันไม่สนิท เมื่อ Expand ภาพแล้ว จึงทำสี่เหลี่ยมเพื่อกำหนดบริเวณที่จะนำไปทำเป็น Brush แล้วใช้ Pathfinder ทำการ Crop เฉพาะบริเวณที่ต้องการ จะทำให้ต่อกันสนิท
  2. ก่อนที่จะลากไปไว้ใน Brush Pannel ให้ตรวจดูก่อน โดยดูในลักษณะ Outline (Ctrl + Y) และตรวจสอบว่า ทุกส่วน อยู่ในกรอบที่จะนำไปทำเป็น Brush ไม่มีจุดเกินอยู่ด้านนอก (ถ้าใช้ Pathfinder ทำการ crop ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องนี้)
วิธีการ
    1. เมื่อวาดภาพ และคัดลอก แล้วนำมาต่อกันให้สนิท พร้อมที่จะกำหนดส่วนที่จะนำไปทำเป็น Pattern Brush
    2. เลือกทั้งหมด (Ctrl + A) และ ไปที่ Object > Expand โดยให้ Expand ทั้ง Stroke และ Fill
    3. สร้างกรอบสี่เหลี่ยม (ไม่มี Stroke ไม่มี Fill) กำหนดบริเวณที่จะนำไปทำเป็น Brush ควรใช้ Guide ช่วย เพื่อให้ได้ตำแหน่งที่แน่นอน
    4. เลือกทั้งหมด และเปิด Pathfinder (Window > Pathfinder) และเลือก crop
    5. จะได้เฉพาะส่วนที่ต้องการนำไปทำเป็น Brush ไม่มีส่วนเกิน ไม่มีปัญหาเรื่อง Cap ของ Stroke
    6. ถ้าดูแบบขยาย จะเห็นว่า เส้นถูกตัดเป็นเส้นตรง
    7. ลากทั้งหมด นำไปทำเป็น Pattern Brush
    8. เมื่อนำมาใช้งาน จะไม่เห็นรอยต่อ
       

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …